วันเสาร์, พฤษภาคม 24, 2008

แพไพลิน

วันวิสาขบูชาที่ผ่านมา (19 พฤษภาคม 2551) เป็นวันหยุดของเรา และของฮ้อน แต่ที่พลุ๊คมาก ๆ คือ INDEX ก็ดันมาหยุดด้วย ส่วนนังหนุ่ย มันหยุดตลอดแหละ 555 จึงตกลงใจกันว่าจะไปเที่ยวที่ไหนกันดี และคิดที่จะไปเลี้ยงส่ง ตุ๊กติ๊กด้วย ที่ลาออกจาก BFT ดังนั้นจึงชวนสมัครพรรคพวก ได้ 8 คน SET เดิม มีแต่ อจ.นุช ที่กลับเข้ามาทวงที่นั่งเดิม และแทนที่เจ้าต้น ที่ไม่ได้ไป (บริษัท บ้านนอกก็อย่างนี้แหละไม่หยุด ฮิ ๆ)

ตอนแรกกะว่าจะไปเขื่อนเขาแหลมกัน ไปดูสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย และวัดที่อยู่ใต้น้ำ แต่สอบถามระยะทางไปแล้ว ต้องขึ้นเขาบ้างและทางโค้ง คล้าย ๆ กับแม่ฮ่องสอน และช่วงที่จะไป พายุ เอย มรสุม เอย เข้ามาเต็มไปหมด (โดยเฉพาะประเทศพม่าเพื่อนบ้าน โดนพายุนาร์กีสเข้า คนตายเป็นหมื่น ตอนนี้เป็นแสนแล้วมั๊ง ก็รัฐบาลมันชั่ว ไม่ยอมออกวีซ่าให้ประเทศไหน เข้าไปช่วย คนจึงตายเยอะแยะ อู๊ย....ลืมตัว นี่ Blogger ท่องเที่ยวออกนอกเรื่องแล้ว) จึงเปลี่ยนสถานที่ใหม่ เนื่องจากต้องนั้งกระบะท้ายไป 3 คน จึงเลือกเขื่อนศรึนครินทร์ดีกว่า ระยะทางไปแค่ 3 ชั่วโมง ถ้าจะเปียกก็นิดหน่อย ก่อนจะถึงวันไป โครตเครียดเลย ดูพยากรณ์อากาศแทบทุกวัน กลัวจะไปไม่ได้ (โอนเงินมัดจำไปแล้ว ยกเลิกก็ไม่ได้) เจ้าหน่อยก็โทรมาถามว่าจะอันตรายไหม กลัวน้ำป่าไหลหลาก เราก็กลัว ใกล้ ๆ จึงโทร.ไปที่แพ ผญ.ชาญ ก็บอกว่าฝนตกนิดหน่อย และทาง อุทยานก็ไม่ได้ประกาศว่าเป็นอันตรายแต่อย่างใด ดังนั้นจึงไปได้ และรับประกันว่าถ้าไปแล้วไม่ได้เล่นกิจกรรม จะคืนเงินและให้เที่ยวฟรี ๆ จึงค่อยสบายใจหน่อย แต่แปลกไหมทุกคนห่วงเรื่องน้ำป่า มีแต่ สว.ว๋ง ถามอย่างเดียวคือ รถออกกี่โมง (ใจเกินร้อย หรือไม่เคยเปิดทีวีดู 5555)

เช้าวันที่ 18 พฤษภาคม 2551 ตื่นแต่เช้าไปรับ ไอ้หนุ่ย กับเจ้าโป้ง เวลา ตีห้าครึ่ง (อีหนุ่ยมาช้าไปประมาณ 5 นาที) รับเสร็จ ก็ ขับไปรับ ฮานอย กับ อจ.นุช ฝั่งตรงข้าม ประมาณ 6 โมงเช้า และ ไปรับ สว.ว๋ง ที่ท่ารถ ทุกคนคิดว่า สว.ว๋ง ต้องใส่เสื้อสีแดง แต่ผิดคลาด ถอยเสื้อผ้าใหม่ สีน้ำตาล... ส่วนอาหารเช้าได้ซื้อหมูปิ้งและข้าวเหนียว + น้ำ ไปทานระหว่างทาง จากนั้นก็ไปรับตุ๊กติ๊กคนสุดท้ายที่บ้าน พอไปถึงหน้าบ้าน มันจำรถเราไม่ได้หรืองัยวะ ลุกขึ้นยืน ดู และก็นั่ง แล้วก็ลุก ต้องเปิดกระจก ถึงค่อยจำได้ ให้ตายสิ ติดหลังคาแบบนี้ ยังจำไม่ได้ สงสัยต้องไปเที่ยว บ่อย ๆ ถึงจะจำแม่นกว่านี้ จากนั้น ก็มุ่งหน้าสู่ แพไพลิน... ลิน.... ลิน

ขาไป มี 3 คนนั่งหลังคือ เจ้าโป้ง นังหนุ่ย และ อจ.นุช (ตอนแรกเป็นตุ๊กติ๊ก แต่ อจ.นุชมันแฮ้งค์ จากเมื่อคืน ไม่รู้ เป็น ตัวเงิน ตัวทอง อะไร จะไปเที่ยวที่ไร แม่งเป็นอย่างนี้ทู๊ก ทีสินะ) ระหว่างทางไปไม่มีแดดออกเลย เพราะฝนเหมือนจะตก และบางช่วงก็ตกหนัก จึงแวะปั๊ม และจัดแจงคลุมผ้าใบ กันเปียก แต่ข้างหลังบอกว่าไม่เป็นไร กระเด็นนิดหน่อย เพราะฝนมัน ตก ๆ หยุด ๆ เป็นระยะ ๆ แต่ที่ไม่หยุด คือ อจ.นุช นี่แหละที่ อ๊วก.....อ๊วก แม่ง ไม่หยุด และนี่แหละคือที่มาของ อจ. (อ๊วกจัง) 5555


ถึงที่แพไม่ไม่ถึง 10 โมงดีนัก นั่งรอที่ท่าเรือท่ากระดานซักพัก ก็มีเรือหางยาวมารับ และนั่งเรือต่อไปที่แพประมาณ 20-30 นาทีก็ถึงแพที่พัก














เรามาถึงแพก่อนเวลา... จริง ๆ แล้วต้องประมาณเที่ยงตามโปรแกรม ดังนั้นจึงต้องรออาหารเที่ยง แม่ครัวกำลังทำ ช่วงรออาหารและเข้าแพที่พัก ก็แน่หละถ่ายรูปนะสิ เราเดินขึ้นไปถ่ายรูปที่ ลานอาหาร กันซะหลายภาพ วิวสวยดี












แต่มีอยู่ 2 คน มันไม่ได้หลับได้นอน กันมาหรืองัย ถึงได้ง่วงนอน จัง นั่นก็คือ สว.ว๋ง และ ไอ้ฮ้อน นั่งตรงไหนนอนตรงนั้น โดยเฉพาะ สว.ว๋ง นั่งที่แพอาหาร โต๊ะไหน ก็พุบนอน โต๊ะนั้น ขึ้นมาที่ลานข้างบน ก็นอน ที่เก้าอี้นั้น ดังนั้น จึงไม่ต้องแปลกใจที่จะมอบตำแหน่ง สว. (สูงวัย) ให้เลย กกต. อนุมัติแล้วจ้า......

จากนั้นก็ทานอาหารเที่ยง และก็รอนักท่องเที่ยว(กรุ๊ปชลบุรี) ก่อนหน้าเรากลับ บ่ายโมงก็แล้ว แม่งกลับจากไปน้ำตกเสือกเล่นน้ำกันต่ออีก (โดยเฉพาะพวกผู้หญิง อาบน้ำแต่งตัวนานจะตาย) แย่จัง...ไม่รู้เวล่ำ เวลา เอ้าเข้าไป นินทากันเข้าไป โดยหารู้ไหมว่า หัวหน้ากลุ่มที่พาพวก (กรุ๊ปชลบุรี) ฮิ ๆ นั่งอยู่ที่โต๊ะเรา แป๋ว.......


ช่วงที่รอก็ทำอะไรหละ ก็ไปถ่ายรูปกันอีกที่ แพของนักท่องเที่ยว ถ่ายได้ไม่กี่รูป ทำไมมัน memmory เต็มวะ ได้แค่ 26 ภาพเอง จึงดูกล้องกันใหญ่ ตอนหลังค่อยถึงบางอ้อ....แม่เจ้าประคูณ ฮานอย ก่อนมาชาร์ตแบ็ตมาเต็มที่ แต่ดันเอา memmory ออกซะงั้น ....จึงถ่ายได้แค่นั้น ให้ตายเถอะ ไปเที่ยวทีไร มันเป็นอย่างนี้ทุกที ขอนินทาหน่อย ตอนซื้อกล้องครั้งแรก (ปางอุ๋ง) แบ็ตหมด ก็โอเคเพราะนอนเต้นท์ตลอด จึงไม่มีไฟฟ้าชาร์ต พอเที่ยวครั้งที่ 2 ไปเขื่อนแม่งัด นอนบ้านพักทุกคืน บอกมันนะ ว่ามีที่ชาร์ต เพื่อนเข้าใจว่า ที่บ้านมีที่ชาร์ต ไม่เอาที่ชาร์ตไป คิดว่ามีที่ชาร์ตให้ ดูมันทำ.... แบ็ตหมดอีก พอมาครั้งนี้ ไปแค่คืนเดียว จึงชาร์ตเต็มที่ แต่ไม่เอา mem ไป สุดยอด ...... เป็นแผนเปล่าวะ ที่จะต้องไปแก้ตัวบ่อย ๆ ทะเลาะกันใหญ่ แต่ก็สนุกดีไปอีกแบบ รสชาติของชีวิตก็เป็นแบบนี้แหละ จะได้มีเรื่องเก็บไว้ในความทรงจำ



หลังจากนักท่องเที่ยวกลับไปแล้ว ก็ได้เข้าที่พักซะที วางกระเป๋า เสร็จ บางคนเปลี่ยนเสื้อผ้า กระโดดลงน้ำกันเลย เราคนแรก ขอเก็บภาพก่อนนะ...





ต่อไปก็เป็นการกระโดดของแต่ละคน


น้ำเย็นชื่นใจ ลงไปตอนแรก ๆ หนาวเลยแหละ และก็ไม่พลาดที่จะปีนขึ้นไปที่หอคอย เพื่อจะกระโดดแล้วนะ ช่วงที่ปีนขึ้นไปข้างบน ใจเต้นแรง ตื่นเต้นวะ เจ้าโป้งกระโดดคนแรก ตุ๊กติ๊ก เป็นคนเก็บภาพ กับเจ้าฮ้อน เพราะไม่ได้ลง พอเจ้าโป้งกระโดดเสร็จ เกี่ยงกันใหญ่ ว่าใครจะไปก่อน (ก็แหมเจ้าโป้งเกร็งซะอย่างนั้น กลัวเลยเรา สังเกตมัดกล้ามที่หัวไหล่สิ 555) ท่าแรกท่ายืนนะจ๊ะ


...... มึงก่อนดิ...

อันที่ 2 เป็นแบบนั่งคู่ แบบนี้ไม่ค่อยน่ากลัว สบาย ๆ ลงก็นิ่ม ชิว ๆ วะ










ตุ๊กติ๊กอดใจไม่ไหว ขอเล่นบ้าง


อันดับ 3 แบบนั่งบุ้งกี๋ (แบบนี้เราเสียววะ ตอนลง) อันนี้ สว.ว๋ง กระเด้ง 3 ทีแหนะกว่าจะถึงน้ำ ฮ้า ๆๆๆ



อันดับ 4 แบบนั่ง บนเหล็กท่อนเดียว และมีที่จับ ไม่ได้ถ่ายภาพ เพราะลงน้ำไปฝั่งตรงข้ามแพ อันนี้ เรากับหนุ่ยไม่ได้เล่น ก็หนุ่ยบอกว่านั่งไม่ถึง จึงขอเล่น

อันดับ 5 แทน แบบจับที่เหล็กด้วยมือทั้งสองข้าง (โหนเหล็ก) หนุ่ยอยากรู้ว่าจะรับน้ำหนักตัวได้หรือไม่ เจ้าหนุ่ยลงไปแล้ว ก็เหลือเราคนเดียว ทุกคนอยู่ในน้ำหมด ตาเราแล้ว เอาก็เอาวะ แต่พอทีมงานสาวที่จับขึ้นมา เราตัวเตี้ย ไม่ใช่.... ที่โหนมันสูงเกินไป เราโหนไม่ถึงจึงบอกว่าไม่เป็นไร (ในใจก็ไม่กล้าเล่นแล้ว)ไม่เล่นก็ได้ แต่พอหันหลังกลับ อยากจะบ้าตาย ได้เด็กบ้า...มันยกเก้าอี้มาให้เรายืน ซวยหละสิกู ไม่โดดไม่ได้แล้ว เป็นงัยเป็นกัน จึงขึ้นไปกระโดด (ระหว่างที่โหนตัวลงมานึกถึงมิตร ชัยบัญชา เลยว่าทำไมถึงตกจากเฮลิคอปเตอร์) เหอะ....พอแล้วเรา ไม่เอาแล้ว หลังจากนั้น เพื่อน ๆ ก็เล่นกันต่อ พอเวลาบ่าย 3 โมง ก็ขึ้นไปนั่งแพกันทุกคน รวมทั้งกลุ่ม นครปฐม ด้วย (บริษัท UFC) บริษัทฯนี้ท่าทางจะเลี้ยงลูกน้องดี ก็แต่ละคนหุ่น เงี้ย สุดยอด (สว.ว๋งแอบกระซิบกับเราว่า กลุ่มนี้มา หุ่นพี่ผอมไปเลยถนัดใจ) ....ลืมบอกไป ว่า ขณะที่เล่นอยู่ในน้ำ สว.ว๋ง บอกว่าง่วงนอน ให้ตายเถอะ.....พระเจ้า......











แพลากพวกเราออกไป ประมาณ 20 นาที ช่วงแรกก็ตื่นเต้นดี พอลากออกไปก็เฉย ๆ แต่มีนะ.... มีอยู่คนนึ่ง เอ็กซ์ไซด์ติ้ง น่าดู เล่น บิ๊วอารมณ์ อยู่คนเดียว
ดูจากภาพก็น่าจะรู้ 555 หนุ่ยหันหามามองเรา และมองคนอื่น ๆ ทำไมเค้านั่ง สบายจัง ทำไมคนหัวแพมันเป็นอย่างนั้น แถมหันมาตะโกนอีกนะ ว่าขาจะหลุด แล้ว เหมือนจะโมโห หรือว่ามันกำลังสนุกอยู่ก็ไม่รู้ .....



จากนั้นแพก็พาพวกเรามาจอด เฉย ๆ และให้เดินขึ้นไปเที่ยวบนเขา แต่ไม่มีใครขึ้นเพราะไม่ได้ใส่รองเท้ามา เจ็บเท้า นะ จึงเล่นน้ำกันตรงนั้น แหละ ให้เวลาเล่น 30 นาที ขากลับ จึงเขยิบถอยหลังออกมา เพราะคนหัวแพ มันจะจมอยู่ใต้น้ำ ต้องถอยหลังออกไป ถึงจะสบาย เหมือนคนอื่น ๆ เค้า ขากลับเจ้าโป้ง เลยนั่งแบบสบาย ๆ ไม่ทำท่าสนุกสนานเหมือนขามาเลยวุ้ย















กลับจากล่องแพเปียก ก็เปลี่ยนเสื้อผ้ากัน และเจ้าฮ้อนที่ไม่ได้ลงเล่นน้ำ ก็เอาแต่นอน.... นอน... และก็นอน อย่างเดียว เบ็ดที่เช่ามาตกปลาก็ไม่ได้ตก จนกระทั่งเจ้าโป้งขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้ามองลงมาข้างล่างเห็นปลาว่ายเต็มไปหมดข้าง ๆ แพ จึงให้ อจ.นุช ลองตกดู และแล้วคนทำบาปกรรมคนแรกก็เริ่ม ปลาตัวแรกติดเบ็ดขึ้นมา ทุกคนตื่นเต้น แต่ก็ปล่อยมันกลับไป และเจ้าฮ้อนเห็นว่า อจ.นุชได้ปลา จึงตกบ้างปรากฏว่าได้มาอีกหลายตัว จึงตกกันใหญ่ และไปขอยืมเบ็ดมาอีก 1 คัน (แต่ตกไม่ได้เลย) ตกกันหลายคน เช่น เจ้าโป้ง ตกเกือบได้ปลาตัวใหญ่ แต่เบ็ดเอาไม่ไหวสายเบ็ดขาด (ไม่รู้ปลาตัวใหญ่ หรือเกี่ยวขอนไม้ก็ไม่รู้ ฮิๆๆๆๆ) ส่วนฮานอยก็ลองตกกับเค้าบ้าง ไม่ได้ซักตัว แถมเอาเหยื่อให้ปลากินไปเปล่า ๆ ปี้ ๆ สรุปเย็นนี้ได้ปลามาหลายตัวเหมือนกัน









อาหารเย็นเริ่มเวลา 1 ทุ่มตรง เราหิวมาก ๆ ก็เล่นน้ำกันซะเหนื่อยเลย เดินขึ้นไปทานอาหารเย็นกันที่ลานอาหารข้างบน ทานกันไปชมพระจันทร์ กันไป สวยมาก ๆ เวลาที่แสงจันทร์ กระทบกับผิวน้ำ (สงสารคนบางคนที่มีแฟนแต่ไม่ได้นำแฟนมา มิอย่างนั้นอาจไม่ทานข้าวเย็นแล้วไปนั่งชมจันทร์กันสองคนก็ได้ 5555)
รสชาติอาหารเย็นก็ใช้ได้ แถมมีเมนูพิเศษคือปลาทอดกระเทียมที่ เจ้าฮ้อนตกมาได้ อร่อยดี ขอบอก
งานกลางคืนทีมงานจัดให้มีการเปิดงานรอบกองไฟด้วย และมีการร้องคาราโอเกะ สลับกัน ที่ละกรุ๊ป คืนนี้มี 3 กรุ๊ป เพิ่มมาอีก 1 คือกรุ๊ป แพ 2 (ระยอง) มากันแค่ 2 คน (ผัวเมียหรือ แอบเป็นกิ๊กกันหรือเปล่า อจ.นุชสงสัย) แพ 1 (UFC) น่ารักดีนะ ร้องเพลงเพาะดี เป็นเพลงแนวพวกเราด้วย สนุกดี และมีการเรียกให้ออกไปร้องโต๊ะละ 2 เพลง ดีนะที่โต๊ะเรามีนักร้อง 2 คน คือน้องหนุ่ย และตุ๊กติ๊ก ช่วยชีวิตเอาไว้ ไม่งั้นแย่แน่ ๆ อายเค้าตาย (ลืมบอกไป ว่า สว.ว๋ง เอาอีกแล้ว นั่งแป๊ปเดียวขอตัวไปนอน ก่อน สงสัยงานนี้เธอจะเป็น สว. หรือเป็นบังอร กันแน่เนี่ย) เกือบ ๆ 4 ทุ่มพวกเราก็ขอตัวกลับที่พักเพื่อพักผ่อน เพราะพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้าเพื่อไปเที่ยวน้ำตกห้วยแม่ขมิ้นกันต่อ











เช้าวันใหม่ ตื่นขึ้นด้วยความสดใส ชื่นบาน ล้างหน้า แปรงฟัน (แต่ไม่อาบน้ำ) พอ 6 โมง ครึ่ง เดินขึ้นไปดื่มกาแฟ + อาหารเช้า (ไข่ดาว,ไส้กรอก,ข้าวต้มเครื่อง) ทานเสร็จก็เตรียมตัวเวลา 8.00 น ต้องนั่งเรือไปอช.เขื่อนศรีนครินทร์ เพื่อเล่นน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น นั่งเรือไป ประมาณ 1 ชั่วโมงถึง อช. จ่ายค่าเข้าคนละ 40 บาท และค่ารถ 100 บาท รถขับขึ้นไปแป๊ปเดียว (เสียดายเงินเหมือนกัน แต่ทำงัยได้เวลาเราจำกัด ถ้ามาเองเดินขึ้นไปเองก็ได้) รถพาเรามาถึงชั้น 4 คือฉัตรแก้ว สวยมาก ๆ ค่ะ (ชั้นนี้สวยที่สุด) พวกเราทั้ง 3 กลุ่ม ก็เดินขึ้นไปที่ชั้น 5 ระยะทาง 400 เมตร จนพบชั้นที่ 5 คือไหลจนหลง โอ้ โห.....ถึงกับตะลึง (อยากรู้ต้องไปดูด้วยตาตัวเอง) พวกเราทั้งหมด 21 คน ถอยหลังกลับดีกว่า (ไม่ใช่ไม่สวยเวลามันน้อย เอาไว้มาแก้ตัวงัยจ๊ะ)











ทำไปได้.......

เดินลงมาชั้น 4 และเล่นน้ำกัน ชั้นอะไรจำไม่ได้แล้ว น้ำเย็นมาก ๆ สนุกสุดเหวี่ยง ไปเลย งานนี้ ตุ๊กติ๊กไม่ลงเล่น จึงต้องเป็นตากล้องจำเป็น (สงสัยเป็นโรคกลัวน้ำ..เย็นนะ) เล่นน้ำไป แต่ก็มิวายที่จะกระโดดเหมือนเคย

เล่นน้ำเสร็จก็จะเดินเลาะลงไปเรื่อย ๆ จากชั้น 4 ไปถึงชั้น 1 ระหว่างทางเดินลง ฉิบหาย หละสิ ไอ้เวรฮ้อน เสือกง่วงนอนมั๊ง ฝากกล้องกับตุ๊กติ๊ก และบอกว่าไปรอที่รถ (แต่มันไม่รู้ว่าเราเดินลง ถ้านั่งรถลงต้องเสียอีก 100 บาท แถมไม่ได้เห็นน้ำตกอีกด้วย จึงต้องให้เจ้าโป้ง เดินขึ้นไปตาม งานนี้มันนี่ระทวย จริง ๆ หวะ)

ชั้น 3 วังหน้าผา ก็สวย ชั้น 2 ม่านขมิ้นก็งาม ชั้น 1 ดงว่านก็ใช้ได้ สรุปได้ว่าน้ำตกที่นี่สวย ประทับใจดี ค่ะ มีโอกาส จะมานอน ที่ อช. และจะเล่นให้หน่ำใจมาก กว่านี้แน่นอน นะจ๊ะ











เวลา 11.00 น ออกจากน้ำตกกลับแพที่พัก พอถึงแพก็ได้เวลาอาหารเที่ยงพอดี พอทานอาหารเที่ยงเสร็จ ทางทีมงานแจ้งกำหนดว่าจะกลับ เวลา 14.00 น. (พอดีไม่มีนักท่องเที่ยวต่อจึงเช็คเอ้าท์ช้าได้) ก่อนจะจบ จะเฉลยนะว่าทำไมกรุ๊ปแรกก่อนหน้าเรา ที่กลับจากน้ำตกแล้วยังกระโดดน้ำต่ออีก ที่พวกเราด่าใหญ่เลย แต่พวกเราก็เป็นเหมือนกัน ทานข้าวเสร็จก็ยังกระโดดน้ำเล่น แถมกระโดดหออีก (โดยเฉพาะ สว.ว๋ง เล่นไม่ยอมเลิกเชื่อเลย) ส่วนเรา อจ.นุช และ ตุ๊ยหนุ่ย ไม่ลงเล่นน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้าและมานั่งถอนกันต่อ ระหว่างรอพวกเล่นน้ำ เวลาเหลืออีกนิดหน่อย จะบ่าย 2 โมงแล้ว ยังมีนักพนัน 3 - 4 คน ยังเล่น ปิงโกอีกแหนะ



ส่วนเราไปเคลียค่าใช้จ่ายกับ ผช.ชาญ ค่าใช้จ่ายคนละ 850 บาท บวกค่าน้ำแข็ง,โซดา,แป๊ปซี่ รวมเป็น 7,130 บาท และนักท่องเที่ยวทั้งหมดก็ลงเรือกลับทิ้งไว้แต่ความทรงจำดี ๆ ว่าครั้งหนึ่งเราเคยมาเที่ยวที่....แพไพลิน .....

ขากลับ อจ.นุช ขอรับอาสานั่งหลังแทนตุ๊กติ๊ก (แสดงสปีริต หรือเปล่า กลัวตุ๊กติ๊กจะท้องอ่อน ๆ แต่ไม่ใช่นะ เพราะว่ามันยังแฮ้งค์อยู่เลย อ๊วก ตลอดทาง) ระหว่างทางขากลับ แดดออกเปรี้ยง ๆ ไม่เหมือนขามา ...ทริปหน้าต้องแล้วแต่ดวงว่าขาใหน จะดวงดีนั่งแล้วไม่เจอแดด...) ระหว่างกลับแวะซื้อของฝากที่ร้านแก้ว และทานก๋วยเตี๋ยวต้มยำ (อจ.นุช แดก 2 ชาม สงสัยจะอร่อย ) และแวะ ส่งรายทาง เริ่มจาก ส่งตุ๊กติ๊กก่อน แล้วตามด้วย สว.ว๋ง พร้อมกับ ก๋วยเตี๋ยว 2 ชาม ที่ อจ.นุช แดกไปที่ร้านแก้ว ฝากไปทิ้ง พอส่งเสร็จ ขับออกมาได้ซักพัก ฮานอยที่นั่งข้างหลังคนเดียว เคาะรถใหญ่ เราจึงรีบจอด ปรากฏว่า สว.ว๋ง ไม่ได้เอากระเป๋าตัวเองลง แหม... พอถึงบ้านปุ๊ป หยิบของฝากได้ ทิ้งกระเป๋าตัวเองเชียวนะป้า......

จากนั้นก็ส่ง ฮานอย กับ อจ.นุชที่โรงงาน (มีคนบางคนมารอและรับใครบางคนไปหาหมอตาด้วยหละ .....เอ๊.เป็นโรคตาอักเสบ หรือตาบอดเพราะรักเด็กกันแน่วุ้ย)

จากนั่นเหลือ 4 คน แวะทานข้าวเย็นกันที่ร้านประจำของเรา (ฮาเลลูยา) ก่อนไปส่ง ตุ๊ยหนุ่ย และเจ้าโป้ง และกลับบ้านโดยสวัสดิภาพ ...... ลืมแจงค่าใช้จ่าย เก็บ 7 คน @ 1400 บาท ค่าแพทีพัก+เครื่องดื่ม 7130

บาท ค่าหมูปิ้ง+น้ำ 140 ค่าน้ำมันรถ 1700 บาท ค่าเข้าอช.320 บาท ค่ารถ 100 บาท ค่าน้ำดื่มขึ้นน้ำตก 40 บาท ค่าขนมลงจากน้ำตก 135 บาท ค่าก๋วยเตี๋ยว 222 บาท รวมเป็น รวมค่าใช้จ่าย 9787 บาท เก็บเงินได้ 9800 บาท งานนี้กำไร 13 บาท กินไปได้ หลายเดือน สงสัยต้องลาออก มาจัดทริปดีกว่า กำไรเห็น 555

โอเคจ๊ะ .....จบทริปด้วยความประทับใจ อีก หนึ่งทริป ....... เจอกันทริปหน้า......บ๊าย บาย....